• ภาคที่ 1
  • ภาคที่ 2

พระสังฆราชกองส์ตัง ยวง บัปติสต์ โปรดม 

(Constant Jean Baptiste Prodhomme)
ผู้เปิดบ้านรักไม้กางเขน แห่งอุบลราชธานี ปี ค.ศ.1889/พ.ศ.2432

 

ประวัติของคุณพ่อกองส์ตัง ยวง บัปติสต์ โปรดม และการเดินทางสู่ประเทศสยาม
ท่านเกิดเมื่อวันที่ 23 มกราคม ค.ศ. 1849/2392 ที่บ้านคูครอง
สังฆมณฑลลาวัล  ประเทศฝรั่งเศส


ปี 1871เข้าบ้านเณรคณะมิสซังต่างประเทศแห่งกรุงปารีส
30 พฤษภาคม 1874  บวชเป็นพระสงฆ์   1 กรกฎาคม 1874  ท่านได้เดินทางออกจากฝรั่งเศสมายังประเทศสยาม และเป็นอาจารย์สอนที่บ้านเณรบางช้าง

 

การแพร่ธรรมสู่ภาคอีสาน

(ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย)  

ในปี ค.ศ.1881/พ.ศ.2424   พระสังฆราชยัง หลุยส์ เวย์ ผู้เป็นประมุขปกครองมิสซังสยาม  มีความมุ่งมั่นและ
สนับสนุนการแพร่ธรรมในเขตอีสานและลาว    ท่านได้ส่งคุณพ่อกองส์ตัง ยวง บัปติสต์ โปรดม  และคุณพ่อเซเวียร์ เกโก พระสงฆ์คณะมิสซังต่างประเทศแห่งกรุงปารีส (MEP.)ให้ไปสำรวจเพื่อการแพร่ธรรม

ทางเขตภาคอีสานและลาวอุบลราชธานีเป็นเมืองแห่งแรกที่คุณพ่อโปรดมและคุณพ่อเกโกพร้อมกับธรรมฑูตชุดแรก

ที่มาถึงในวันที่อาทิตย์ที่ 24 เม.ย. ค.ศ.1881/พ.ศ.2424  รวมระยะเวลาเดินทางสามเดือนครึ่ง หรือ 120 วัน

 

เมื่อถึงอุบลฯ ธรรมทูตทั้งสองได้รับการต้อนรับอย่างดีจากเจ้าเมืองและเจ้าหน้าที่ฝ่ายบ้านเมือง คุณพ่อทั้งสองได้พักที่ศาลาว่าการเมืองอุบลฯ เรียนรู้ขนบธรรมเนียมประเพณี  หลักศีลธรรมและภาวะจิตใจของชาวอีสาน คุณพ่อทั้งสองได้เริ่ม

สำรวจและบุกเบิกไปจนกระทั่งขยายแพร่ไปไปในเขตอีสานเหนือและลาว ท่านได้ไถ่ทาสกลุ่มหนึ่ง (ลาวพวน)จากพวกพม่าและภายหลังได้เป็นคริสตชนกลุ่มแรก

ของวัดบุ่งกะแทวที่คุณพ่อทั้งสองได้เริ่มตั้งรกรากไว้

 

พระคุณเจ้าโปรดมและการเปิดอารามรักไม้กางเขนที่อุบลฯ

ปี 1889   คุณพ่อโปรดมได้รับหญิงสาวที่มีความประสงค์จะถวายตัวแด่พระเจ้าเพื่อช่วยงานของมิสซัง  โดยสืบทอดจิตตารมณ์ของพระคุณเจ้าปิแอร์ ลังแบรต์ เดอ ลา ม็อตต์  ผู้สถาปนาสถาบันรักกางเขน   มีหญิงสาวกลุ่มแรกจากวัดต่างๆ ที่คุณพ่อเจ้าวัดส่งเข้ามาสมัครเป็นเป็นนักบวช 18 คน หญิงสาวกลุ่มนี้ถือเป็นคณะนักบวชหญิงกลุ่มแรกของภาคอีสาน และคุณพ่อโปรดมให้ชื่อว่า “คณะภคินีรักไม้กางเขน แห่งอุบลราชธานี”  เริ่มแรก ท่านได้ขอภคินีจากบางช้าง จ.สมุทรสงคราม  3 รูปมาช่วย คือ ภคินีทน ภคินี เปี่ยม และภคินีพลอย  เพื่อมาช่วยงาน

ปี ค.ศ. 1899/พ.ศ.2442   แยกมิสซังอีสานและลาวออกจากมิสซังสยาม      พระสังฆราชมารี-ยอแซฟ กืออัส  สังฆราชองค์แรกของมิสซังอีสานและลาว ในปี ค.ศ.1904/พ.ศ.2447 ท่านได้อนุญาตให้คุณพ่อโปรดมขอภคินีจากคณะเซนต์ปอล เดอ ชาร์ตร จากไซง่อน ประเทศเวียดนาม  จำนวน 4 รูปมาช่วยเป็นพี่เลี้ยงให้ภิคนีที่อุบลราชธานี  ซึ่งรวมระยะเวลาที่พวกท่านมาให้การช่วยเหลือคณะและมิสซังรวมทั้งสิ้น 37 ปี 8 เดือน

 

ปี ค.ศ.1913/พ.ศ.2456   คุณพ่อโปรดมได้รับแต่งตั้งและอภิเษกให้เป็น พระสังฆราชของมิสซังอีสานและลาวองค์ที่ 2 ต่อจากพระคุณเจ้ากืออัส  พระคุณเจ้าโปรดมได้รับผิดชอบงานสานต่อด้วยความร้อนรน เป็นแบบฉบับของผู้แพร่ธรรม

ท่านทุ่มเทชีวิตและถ่ายทอดจิตตารมณ์ของท่านลังแบรต์มาสู่ภคินีรักไม้กางเขนแห่งอุบลฯและงานแพร่ธรรมในเขตภาคอีสาน จนกระทั่งท่านได้มอบถวายชีวิตแด่พระเป็นเจ้าเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม ค.ศ.1920/พ.ศ.2463 รวมอายุ 71 ปี 6 เดือน 27 วัน ศพของท่านฝังที่สุสานของอาสนวิหารหนองแสง รวมระยะเวลาการทำงานของท่านในประเทศสยาม-อีสาน-ลาว รวมทั้งสิ้น 46 ปี

 
 
 
พระสังฆราชผู้ปกครองมิสซัง ในอดีต-ปัจจุบัน ต่อเนื่องจากพระคุณเจ้าโปรดม

ปี ค.ศ.1922/พ.ศ.2465  พระคุณเจ้าอังเยโล มารี แกวง เป็นพระสังฆราชของมิสซังอีสานและลาว องค์ที่ 3  ท่านได้อนุมัติและสร้างให้สร้างนวกสถานและอารามหลังแรกปี ค.ศ.1928/พ.ศ.2471   พระคุณเจ้าได้ประกาศพระธรรมนูญ (วินัย) ให้กับอาราม 3 แห่ง คือ อุบล  หนองแสง  และท่าแร่  เป็นครั้งแรกตามแบบธรรมนูญของภคินีรักไม้กางเขน แห่งไซง่อน  เวียดนาม

 

 

ปี ค.ศ.1939/พ.ศ.2482  ภคินีรักไม้กางเขน แห่งอุบลฯ ได้เริ่มมีการเลือกตั้งอธิการิณีไทยพื้นเมืองของคณะเป็นคนแรก คือ

คุณแม่มาการิตา พลอย  วงศ์พิมพ์  มีวาระละ 3 ปี และได้ทำการเลือกผู้ที่เหมาะสมในสมัยต่อๆ มา ช่วงเวลานั้นคณะฯ ต้องผ่านอุปสรรคหลายประการ เป็นต้น การขาดแคลนทุนทรัพย์ที่จะนำมาพัฒนาคณะฯ ทางมิสซังเองก็ขัดสน

 

 

ช่วงเวลาที่เกิดสงครามอินโดจีน (ค.ศ.1940/พ.ศ.2483)  พระสงฆ์และนักบวชชาวฝรั่งเศสถูกขับไล่ออกจากประเทศ   เจ้าหน้าที่บ้านเมืองบังคับให้ภคินีถอดชุดนักบวช สวมชุดชาวบ้านธรรมดา วัดคาทอลิกและอารามถูกปิด หลังสงครามเมื่อการเบียดเบียนศาสนาเพลาลง  ทางมิสซังเห็นว่าภคินีอารามรักไม้กางเขน แห่งอุบลฯ สามารถปกครองตัวเองได้แล้ว  จึงไม่ได้ขอภคินีคณะเซนต์ปอล เดอ ชาร์ตร มาช่วยอีก  ในช่วงปี ค.ศ.1942/พ.ศ.2485 พระคุณเจ้าแกวงลาออกจากตำแหน่งเพราะท่านสุขภาพไม่ดี

 

พระสังฆราชอังรี อัลแบรต์ โทมิน เป็นสังฆราชองค์ 4 ของมิสซังสยามและลาว 
เดือน กรกฏาคม ปี ค.ศ.1944/พ.ศ.2487 ถึงมีนาคม ค.ศ.1945/พ.ศ.2488  ท่านเป็นสังฆราชเพียง 1 ปี ก็เสียชีวิตเพราะถูกยิงเป้า  ซึ่งเป็นผลจากการเบียดเบียนศาสนาที่ท่าแขก ประเทศลาว ยังรุนแรงอยู่

 

พระคุณเจ้าเกลาดิอุส บาเย เป็นพระสังฆราชองค์ที่ 5 ของมิสซังอีสานและลาว และเป็นพระสังฆราชองค์ที่ 1 ของมิสซังอุบลฯ

เมื่อท่านได้ปกครองมิสซังอุบลฯ ท่านได้เปิดโอกาสให้ภคินีรักไม้กางเขนทำการศึกษาเพิ่มเติม  เพื่อให้มีความรู้ความสามารถในการบริหารงานในคณะ  ในโรงเรียน  และในงานแพร่ธรรมได้  

 

พระคุณเจ้าบาเยได้ประกาศใช้พระธรรมนูญ ในปี ค.ศ.1961/พ.ศ.2504  และเปลี่ยนชื่อจาก “คณะรักไม้กางเขนแห่งอุบลฯ” เป็น “คณะข้าบริการพระแม่มารีย์แห่งอุบลฯ” 

ปี ค.ศ.1970/พ.ศ.2513   พระคุณเจ้าแยร์แมง แบร์ทอลด์  สังฆราชองค์ที่ 2 ของมิสซังอุบลฯ
ท่านได้เป็นจิตตาธิการของอารามก่อนได้รับแต่งตั้งเป็นสังฆราชและหลังจากที่เกษียณอายุแล้วท่านได้กลับไปทำหน้าที่จิตตาธิการอารามอีกครั้ง

 

ปี ค.ศ.1996/พ.ศ.2539 ถึงปี ค.ศ.1996/พ.ศ.2542  สมัชชาของคณะฯ เริ่มร่าง  ปรับปรุง พระธรรมนูญ และระเบียบปฏิบัติของคณะฯ   โดยการนำของคุณพ่อโรแบรต์ โกสเต  (MEP.) ซึ่งเป็นคุณพ่อวิญญาณรักษ์ในขณะนั้น  เป็นผู้นำสมาชิกของคณะให้ศึกษาจิตตารมณ์ดั้งเดิม  และกลับไปสู่รากเหง้าของคณะอีกครั้ง

 

17 มีนาคม ค.ศ.1998/พ.ศ. 2541 พระสังฆราชมีคาแอล บุญเลื่อน หมั้นทรัพย์ พระสังฆราชสังฆมณฑลอุบลราชธานี องค์ที่ 3 ได้อนุมัติให้เปลี่ยนกลับไปใช้ชื่อเดิม คือ “คณะภคินีรักกางเขน แห่งอุบลราชธานี” และวันที่ 30 พฤษภาคม ค.ศ.1999/พ.ศ.2542 ได้ประกาศใช้พระธรรมนูญของคณะอย่างเป็นทางการ

 

27 มิถุนายน ค.ศ.2006/พ.ศ.2549  พระสังฆราชฟิลิป บรรจง ไชยรา  (สงฆ์คณะพระมหาไถ่) ได้รับอภิเษกเป็นสังฆราชองค์ที่ 4 แห่งสังฆมณฑลอุบลราชธานี องค์ปัจจุบัน ท่านได้เอาใจใส่ดูแลและร่วมงานเพื่อสานต่อพันธกิจขององค์พระเยซูคริสตเจ้าตามพระพรพิเศษของคณะต่อไป

 

คุณพ่อลอเรนซ์ ชาย  ขันทะโฮม  (C.Ss.R.) สงฆ์คณะพระมหาไถ่ จิตตาธิการของคณะรักกางเขน แห่งอุบลฯ เป็นผู้อบรมจิตใจนำสมาชิกของคณะฯให้ติดตามพระเยซูคริสตเจ้าผู้ถูกตรึงกางเขน สานต่อพันธกิจของผู้สถาปนาคณะ และของผู้เปิดอารามรักกางเขน แห่งอุบลฯ

 

โดยการนำของซิสเตอร์แอสแตลลา ศิริพร  จิตต์เสนาะ  มหาธิการิณีคนปัจจุบัน  และคณะที่ปรึกษา 

ปัจจุบัน.....มีสมาชิกทั้งหมด 123 รูป ได้แก่ ผู้ปฏิญาณตลอดชีพ  116   รูป  และยุวภคินี  7   รูป